รีวิวละคร มอม เดอะมิวสิคัล

รีวิวละคร มอม เดอะมิวสิคัล

เพื่อน Mod Jp ขอให้เขียนรีวิวละคร มอม เดอะมิวสิคัล
จึงขอเอามาโพสต์ซ้ำซะหน่อย (เขียนนานครับ เสียดาย อิอิ)
——————————————————————————
เรื่องนี้เราจัดว่าอยู่ในขั้นดีมาก คือ เรายังไม่เคยผิดหวังเลยสักครั้ง จากที่ได้ไปดูละครเพลงทุกเรื่องของดรีมบอกซ์ตั้งแต่เรื่องแม่นาค เดอะมิวสิคัลเป็นต้นมา เพียงแค่ว่าจะชอบมากหรือชอบน้อยหน่อยเท่านั้นเอง ประมาณว่า ถ้าจัดเป็นเกณฑ์ก็มีแค่ ดี ดีมาก หรือดีเยี่ยมเท่านั้น และถ้าจะตีเป็นเกรด ก็คงจะได้ B ขึ้นไป แต่ก็มีบางเรื่องที่เราอยากให้ A+ ไปเลยครับ อิอิ

 สำหรับมอม เดอะมิวสิคัล เราให้ B+ ถึง A นะ
 
สิ่งที่ชอบคือ
-เทคนิคหุ่นเชิด ที่ทำให้หมาดูเหมือนกับมีชีวิตจริง
-เทคนิคฉายภาพลงฉาก และเอฟเฟกต์  แสง สี ที่ดูโดดเด่นแปลกตาไปจากละครเรื่องก่อนหน้าของดรีมบอกซ์ (เรื่องนี้ไม่น่าจะมีการใช้เทคนิคฉายวิดีโอบน LED เหมือนเรื่องดรีมเกิร์ลสนะ)
 
-เรื่องบท อันนี้เป็นจุดแข็งของดรีมบอกซ์เสมอมา ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเช่นเคยครับ
 
-คำร้อง อันนี้ก็เป็นเสน่ห์ของดรีมบอกซ์ เพราะผู้เขียนคำร้องคือคุณดารกา วงศ์ศิริ จะแต่งเป็นบทร่าย ที่มีสัมผัสนอกสัมผัสใน แทบทุกวรรค คำร้องจึงแสนเสนาะ ไพเราะมากครับ
แต่เรื่องนี้ กลับมีบางเพลง ที่เรารู้สึกว่าผิดฟอร์มดรีมบอกซ์ไปหน่อย คือ มีสัมผัสน้อย และไม่ค่อยคมคายในถ้อยความ คิดว่าคงเป็นเพราะผู้ประพันธ์เพลงหรือผู้กำกับ ต้องการตัดตอนคำร้องเพื่อให้เรื่องกระชับขึ้น
 
-นักแสดง แม่เราบอกว่า ร้องเพราะทุกคนเลย ^^
แต่เนื่องจากเราดูมาหลายเรื่อง เลยอาจจะมีข้อเปรียบเทียบเยอะหน่อย คือ เราว่าถ้านายผู้ชายร้องเพลงได้เก่งกว่านี้ก็จะดีมากครับ จริงๆ พระเอกก็ร้องได้ไม่ขี้ริ้วนะ ถือว่าร้องเพราะเลยล่ะ (คนที่แสดงเป็นพล ในละครทีวีเรื่อง พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล) เพียงแต่ใครก็ตามที่ได้จับคู่กับคุณน้ำมนต์ ก็จะดูหมองลงไปเลย 555 ยิ่งเรื่องนี้บทนายผู้ชาย เด่นกว่านายผู้หญิงด้วย จึงควรจะได้ตัวพ่อมารับบท ซึ่งเราคิดในใจเล่นๆ ว่า ถ้าได้ ตู่ ภพธร หรือ หนึ่ง ETC มารับบท น่าจะดูดี ตีคู่กับนางเอกได้
 
คนที่เราคิดว่าร้องได้โดดเด่นมากอีก 2 คนคือ ผู้ที่แสดงเป็นแม่ของมอม  และหมาหมอก จอมเกเร
 
ส่วนผู้แสดงเป็นมอม ทั้งตอนเด็ก และตอนโต ก็อยู่ในขั้นโอเคครับ
 
นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ได้ดี และเรื่องนี้ก็ดูแปลก เพราะมีฉากของนักแสดงสมทบเยอะพอๆ กับตัวเอกเลย เรียกว่าโดดเด่นแทบทุกตัวละครเลยครับ
 
-จุดเด่นอีกอย่างของดรีมบอกซ์คือ ดนตรี ที่บรรเลงสด ทุกรอบ (เราเห็นในรีวิวว่ามีบางค่ายใช้เทปเสียงครับ) ระบบเสียงก็ชัดเจน ฟังเพราะแทบทุกตำแหน่ง (เราซื้อตั๋วไปนั่งแทบทุกจุดแล้ว)
 
สิ่งที่เรารู้สึกสะดุด (ใช้คำนี้ละกัน เพราะมันไม่ได้เสียหายมาก)
 
-เรื่องนี้บทพูดจะเยอะหน่อย (แต่เพลงก็ยังเยอะอยู่นะครับ น่าจะอยู่ที่ 20-30 เพลงได้) แต่ส่วนตัวเราชอบละครร้องทั้งเรื่อง (sung through) แบบแทบไม่มีบทพูดเลย คือให้เพลง ดำเนินเรื่องแทน เพราะคิดว่าต้องใช้ทักษะความสามารถของผู้ประพันธ์มากกว่า
 
-เรารู้สึกว่ามีหลายช่วงที่เป็น dead air โดยเฉพาะช่วงที่หมาแสดงความรู้สึกต่อกัน เราไม่รู้จริงๆ ว่า เป็นเพราะนักแสดงทำได้ไม่ถึง… หรือเป็นเพราะเราไม่เข้าใจความรู้สึกของหมากันแน่ 😛
 
-ถ้าจะจัดหมวดละครเรื่องนี้ คงอยู่ในกลุ่มละคร feel good นะ แม้ในฉากจะมีพูดถึงเรื่องสงคราม การพลัดพราก และความสูญเสีย แต่ก็เป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของหมา ไม่ได้ซีเรียสมาก แต่ส่วนตัวเราชอบละครที่เข้มข้น (ชอบเสพดราม่า อิอิ) แบบแม่นาค หรือ คู่กรรม
 
-ความเชื่อมต่อของแต่ละฉาก ไม่ต่อเนื่องหมือนกับบางเรื่อง อาจเป็นเพราะตัวบทประพันธ์เป็นเรื่องสั้น จึงอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่เนียนพอ
 
สิ่งที่เราสังเกตเห็นอีกคือ
-มีเด็กไปดูเยอะ เพราะเป็นละครอารมณ์ดี ที่มีเนื้อหาเบาๆ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย พ่อแม่จึงพาลูกไปดูเยอะ อีกทั้งก็มีมูลนิธิเหมาตั๋วเต็มคันรถบัสให้เด็กนักเรียนไปดูด้วย
 
-ผู้ชมค่อนข้างเต็มโรงละคร เพราะเป็นการ restage ที่เปิดแสดงแค่ 4 รอบ
 
สรุป เรื่องนี้ถ้าจะตัดเกรดแบบครูจอมโหด เราให้ B+ นะ แต่ถ้าหยวนๆ หน่อยก็ให้ A ได้ครับ ^^
 

แต่สำหรับมือใหม่ ที่ไม่มีข้อเปรียบเทียบมากอย่างแม่เรานั้น รู้สึกว่าเธอจะเป็นปลื้มมากทีเดียวครับ 😀

เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก Narasak  Poophayang